ดาวศุกร์ เมฆครึ้มกับโอกาสแห่งชีวิต (Venus)

Untitled กพำักดเ่ดเ่ดเ่ดเ่1 - ดาวศุกร์ เมฆครึ้มกับโอกาสแห่งชีวิต (Venus)

ดาวศุกร์ เมฆครึ้มกับโอกาสแห่งชีวิต (Venus)

ดาวศุกร์

Venus เป็นดาวเคราะห์ที่ร้อนแรงที่สุดในระบบสุริยะ แม้ว่าดาวพุธจะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์เป็นสองเท่าและได้รับพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าสี่เท่า เหตุผล? บรรยากาศที่หนาและคาร์บอนไดออกไซด์ของ Venus ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่พื้นผิว Venus มีชั้นบรรยากาศหนาแน่นกว่าโลก 50 เท่า

และอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยที่ 470 องศาเซลเซียส (878 องศาฟาเรนไฮต์) ซึ่งร้อนพอที่จะละลายตะกั่วได้  ขณะนี้ Venus ไม่เอื้ออำนวย แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป ภารกิจที่นั่นได้สังเกตเห็นหินคล้ายหินแกรนิตที่ต้องการน้ำปริมาณมากเพื่อสร้าง ในช่วงแรกระบบสุริยะที่ดวงอาทิตย์มีอากาศเย็นลง

นักวิทยาศาสตร์คิดว่าดาวเคราะห์อาจมีน้ำของเหลวอยู่บนพื้นผิวเป็นเวลา 2 พันล้านปี ซึ่งยาวนานกว่าดาวอังคารซึ่งมีน้ำเป็นของเหลวค่อนข้างสั้นกว่า 300 ล้านปี น้ำเป็นกุญแจสู่ชีวิตอย่างที่เรารู้ ๆ กัน Venus เคยมีชีวิตด้วยหรือ? 

นักวิทยาศาสตร์รวมถึงคาร์ล เซแกน ผู้ร่วมก่อตั้ง Planetary Society ได้คาดการณ์ว่าขณะนี้สิ่งมีชีวิตสามารถดำรงอยู่ในชั้นบรรยากาศชั้นบนของ Venus ซึ่งมีอุณหภูมิเหมือนโลกและมีความกดดันสูงประมาณ 50 กิโลเมตร (31 ไมล์) เหนือพื้นผิวโลก ที่นั่น หย่อมมืดลึกลับดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก

ในปี 2020 นักวิทยาศาสตร์ประกาศว่าพวกเขาพบฟอสฟีน ซึ่งเป็นสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตอย่างมากในเมฆของ Venus แม้ว่าขณะนี้กำลังตรวจสอบการมีอยู่ของสัญญาณอยู่  เราไม่รู้ว่า Venus เปลี่ยนจากโลกที่น่าอยู่ไปเป็นสภาพนรกในปัจจุบันได้อย่างไร จากการศึกษา Venus

นักวิทยาศาสตร์ได้เรียนรู้ว่าดาวเคราะห์คล้ายโลกมีวิวัฒนาการอย่างไรและมีสภาพอย่างไรบนดาวเคราะห์นอกระบบขนาดเท่าโลก ยัง Venus ช่วยนักวิทยาศาสตร์สร้างแบบจำลองสภาพภูมิอากาศของโลก และทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจว่าสภาพอากาศของดาวเคราะห์สามารถเปลี่ยนแปลงได้มากเพียงใด

ดาวศุกร์ และการศึกษา

Venus เป็นดาวเคราะห์ดวงแรกที่ยานอวกาศเข้ามาเยี่ยมชม ในปีพ.ศ. 2505 Mariner 2 ของ NASA ได้บินผ่านดาวเคราะห์และพบว่าเป็นโลกร้อนที่ไม่มีสนามแม่เหล็กที่สร้างขึ้นเอง สหภาพโซเวียตกลายเป็นผู้นำโลกในการสำรวจ Venus ช่วงแรกหลังจากนั้น

โดยส่งยานสำรวจบรรยากาศหลายลำและลงจอดมากถึงสิบครั้งสู่โลก จนถึงทุกวันนี้ พวกเขายังคงเป็นประเทศเดียวที่ลงจอดยานอวกาศบนพื้นผิวและส่งข้อมูลและภาพกลับมายังโลก  เนื่องจากมีเมฆหนาทึบ

จึงไม่สามารถมองเห็นพื้นผิวของ Venus โดยไม่มีเรดาร์ได้ ยานโคจรมาเจลลันของนาซ่าซึ่งเปิดตัวในปี 1990 ใช้เรดาร์เพื่อทำแผนที่พื้นผิวของ Venus ด้วยความละเอียดสูงสุดจนถึงปัจจุบัน มาเจลแลนเปิดเผยว่าหลุมอุกกาบาตทั้งหมดของโลกก่อตัวขึ้นภายใน 700 ล้านปีที่ผ่านมา

นี่หมายความว่าพื้นผิวของ Venus ได้รับการเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งหมดโดยเหตุการณ์ภูเขาไฟทั่วโลกในอดีตทางธรณีวิทยาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่  Magellan ยังไม่พบร่องรอยของการแปรสัณฐานของแผ่นเปลือกโลก บนโลก

การแปรสัณฐานของแผ่นเปลือกโลกเป็นกระบวนการที่เปลือกโลกชั้นนอกของดาวเคราะห์เคลื่อนตัวเหนือเสื้อคลุม ซึ่งเป็นชั้นหินชั้นในที่อยู่เหนือแกนกลาง ทำให้ความร้อนระบายผ่านภูเขาไฟได้ เนื่องจากเราคิดว่าภายในของ Venus มีความคล้ายคลึงกับโลก

Untitled กพำักดเ่ดเ่ดเ่ดเ่1 - ดาวศุกร์ เมฆครึ้มกับโอกาสแห่งชีวิต (Venus)
ดาวศุกร์

การไม่มีแผ่นเปลือกโลกทำให้ภูเขาไฟบนต้องทำงานแตกต่างไปจากบนโลก  องค์การอวกาศยุโรปเปิดตัวยานอวกาศ Venus Express ในปี 2549 โดยสังเกตจุดร้อนบนพื้นผิวและการเปลี่ยนแปลงระดับซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในบรรยากาศมากกว่า 6 ปี

ยานอวกาศได้รวบรวมหลักฐานที่ดีที่สุดของภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่บน Venus Express ยังค้นพบหินที่มีลักษณะเหมือนหินแกรนิตทั่วโลกซึ่งต้องการน้ำที่เป็นของเหลวในปริมาณมากเพื่อก่อตัว ตอกย้ำแนวคิดที่ว่าดาวเคราะห์ที่มีมหาสมุทรในอดีตนั้นแข็งแกร่ง 

ยานอวกาศ Akatsuki ของญี่ปุ่นเป็นเพียงยานสำรวจเดียวที่โคจรรอบ Venus อยู่ในขณะนี้ โดยศึกษาบรรยากาศของ Venus ในความถี่แสงที่ดวงตามนุษย์มองไม่เห็น ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์วาดภาพได้ดีขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นเหนือพื้นผิวโลก ภาพเหล่านี้สามารถประมวลผลเพื่อสร้างภาพที่มีสีสันสวยงามของดาวเคราะห์

นี้เป็นเรื่องราววิทยาสตร์ที่หน้าสนใจ ต่อไปจะเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์เรื่องไหน ฝากเพื่อนๆติดตามกันด้วยนะคะ วันนี้แอดมินขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีคะ…

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อ่านข้อมูลถามเพิ่มเติม ดาวพุธ

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต เว็บตรงไม่มีขั้นต่ำ

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o